6 วิธีช่วยเหลือนักเรียนเมื่อนักเรียนอยากเลิกบุหรี่ไฟฟัา
หมวดหมู่: สนับสนุนงานแนะแนว
Tags:
อ่านแล้ว: 106 ครั้ง
ปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนเป็นเรื่องเร่งด่วนและน่ากังวล จากรายงานปี 2566 พบว่า 25% ของเยาวชนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้า
โดยสาเหตุหลักมาจากการชักชวนของเพื่อน รองลงมาคือครอบครัว
การเลิกบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในวัยเรียนที่มีแรงกดดันจากเพื่อน หรือปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่ทำให้อยากกลับไปสูบอีก แต่หากนักเรียนมีความตั้งใจจริงและได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม โอกาสในการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าถาวรก็สามารถเป็นไปได้ แต่ก่อนที่จะช่วยให้นักเรียนเลิกบุหรี่ไฟฟ้า แนะแนวฮับขอชวนคุณครูย้อนกลับมาทบทวนมุมมองของตนเองที่มีต่อนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง และระมัดระวังไม่ให้คำพูด หรือการแสดงออกของเรา ส่งผลกระทบต่อจิตใจของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น โดยเริ่มจาก..
- ไม่ตัดสินนักเรียนในทันที ควรพยายามเข้าไปพูดคุยเพื่อที่จะเข้าใจปัญหา และมองว่าพฤติกรรมการสูบบุหรี่อาจเป็นเครื่องปกปิดปัญหาอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ เช่น ความเครียด หรือแรงกดดันจากสังคม
- หลีกเลี่ยงการสั่งสอนหรือบังคับ ควรพยายามสร้างบทสนทนาที่เปิดกว้าง รับฟัง จริงใจ
- ขอบคุณและชื่นชมความกล้าหาญ หากนักเรียนยอมรับว่าเคยสูบบุหรี่ และต้องการที่จะเลิก
เชื่อว่าหากคุณครูทำความเข้าใจทั้ง 4 ข้ออย่างถ่องแท้แล้ว จะนำไปสู่ทางออกให้นักเรียนได้อย่างยั่งยืน โดยเริ่มจาก 6 วิธีนี้ไปดูกันเลยค่ะ 🙂
1. ชวนหาคำตอบ “ทำไมต้องเลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้า” ผ่านคำถามต่อไปนี้
- การสูบบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลเสียต่อร่างกายเราใช่หรือไม่ (ใช่/ไม่)
- บุหรี่ไฟฟ้าควบคุมและจำกัดการใช้ชีวิตของเรามากเกินไป (ใช่/ไม่)
- การสูบบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลต่อการความคิดและอารมณ์อย่างไร (อธิบาย)
- การสูบบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว และคนรอบข้างของเราอย่างไร (อธิบาย)
- การสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีผลต่อการเรียนอย่างไร (อธิบาย)
- มีกิจกรรมอะไรที่เราเคยชอบ/เคยทำได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว เพราะบุหรี่ไฟฟ้า (อธิบาย)
- เสียเงิน/ค่าใช้จ่ายต่อเดือนไปเท่าไหร่กับบุหรี่ไฟฟ้า (อธิบาย)
- อะไรคือความสำเร็จที่อยากเห็น หากนักเรียนเลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้แล้ว (อธิบาย)
การตอบคำถามเหล่านี้อาจช่วยให้นักเรียนมองเห็นว่า บุหรี่ไฟฟ้าส่งผลต่อชีวิตมากน้อยเพียงใด และ ‘ทำไมถึงต้องเลิก’ ขอให้นักเรียนเขียนและแปะคำตอบเหล่านี้ไว้ในตำแหน่งที่นักเรียนมองเห็นได้ง่ายที่สุด เช่น ตั้งเป็นวอลเปเปอร์มือถือส่วนตัว เป็นต้น
2. ชวนกำหนดวันที่จะเลิกบุหรี่อย่างถาวร
ขั้นตอนนี้เป็นกระบวนการที่ครูจะชวนเด็กๆ มาตั้งเป้าหมาย เพื่อกำหนดวันที่จะเลิกบุหรี่อย่างถาวร ตัวอย่างเช่น วันนี้วันที่ 30 มีนาคม นักเรียนต้องการที่จะเลิกบุหรี่วันที่ 10 เมษายน
ซึ่งช่วงระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-6 เมษายน ครูอาจจะแนะนำให้เตรียมใจก่อน (ไม่ควรเกิน 1 สัปดาห์) และไม่ควรให้นักเรียนเลือกวันเลิกในช่วงเวลาที่ร่างกายต้องใช้พลังงานสูง เช่น ช่วงเตรียมสอบกลางภาค/ปลายภาค เพราะนักเรียนจะกลับมาเครียดและสูบมากกว่าเดิม
3. ชวนวางแผนการเลิกบุหรี่
แผนการเลิกบุหรี่เป็นแผนเฉพาะบุคคล ซึ่งให้นักเรียนกำหนดกิจกรรมที่ชื่นชอบและอยากทำได้อย่างสมัครใจ เช่น การไปออกกำลังกาย การฝึกหายใจ การเคี้ยวหมากฝรั่ง การนัดเจอเพื่อน ๆ ที่กำลังเลิกบุหรี่เหมือนกัน
*หมายเหตุ ในระหว่างการทำตามแผน นักเรียนบางคนอาจมีการหวนกลับไปสูบบุหรี่อีกครั้ง ขอให้คุณครูคอยให้กำลังใจนักเรียน ไม่กดดัน และเสริมพลังให้นักเรียนกลับไปเริ่มต้นวางแผนใหม่ได้เสมอ
4. ชวนทิ้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า
ตัวเครื่องบุหรี่ไฟฟ้า หรือ พอต (Pod) น้ำยาบุหรีไฟฟ้า แบตเตอรี่และอุปกรณ์เสริม รวมถึงการลบเบอร์โทรศัพท์ อันฟอลโลว์โซเชียลมีเดีย และช่องทางการติดต่อต่างๆ ของผู้ขาย ซึ่งเป็นสิ่งล่อลวงให้นักเรียนกลับไปติดซ้ำอีก
5. ชวนบอกครอบครัวและเพื่อน
โดยบอกกล่าวความตั้งใจจริงของเราในการเลิกบุหรี่กับครอบครัวและเพื่อน ๆ เพื่อช่วยกันเสริมพลังและให้กำลังใจกันและกัน
6. เตรียมรับมือกับอาการถอนนิโคติน
สัปดาห์แรกของการเลิกบุหรี่ไฟฟ้า มักจะเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุด ซึ่งอาการที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนในช่วงนี้ คือ
- รู้สึกหดหู่และหงุดหงิดง่าย
- ไม่มีสมาธิ หรือคิดอะไรไม่ค่อยออก
- รู้สึกกระวนกระวาย ตกใจง่าย
- นอนไม่ค่อยหลับ
- กินเยอะมากขึ้นกว่าเดิม
หากนักเรียนเกิดอาการเหล่านี้ คุณครูสามารถเตรียมหรือแนะนำนักเรียนให้ทำสิ่งต่อไปนี้ เพื่อช่วยรับมือ
- พกขนมขบเคี้ยวติดตัวเสมอ เช่น ลูกอม หรือผลไม้ประเภทต่าง ๆ เช่น กล้วย แอปเปิล มาแทนการสูบบุหรี่ เพราะขนมเหล่านี้ช่วยให้ร่างกายได้รับสารโดพามีน (สารแห่งความสุข) โดยไม่ต้องพึ่งพาสารนิโคติน
- ออกไปเดินเล่น เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายได้ใช้พลังงาน
- ฝึกหายใจในหลายรูปแบบ เช่น หายใจแบบ 4-4-4 หมายถึง การหายใจเข้า 4 วินาที ค้างไว้ 4 วินาที หายใจออก 4 วินาที และ ค้างไว้ 4 วินาที ช่วยให้มีสมาธิ จดจ่อมากขึ้น อ่านเพิ่มเติมจากบทความนี้
- เบี่ยงเบนความสนใจของตนเอง เช่น การเล่นเกมหรือออกไปพบเจอเพื่อน เป็นต้น
- ขอความช่วยเหลือจากคุณครู คุณหมอ หรือว่าเพื่อนที่ต้องการเลิกบุหรี่เหมือนกัน
ทั้ง 6 วิธีการนี้เป็นเพียงช่วงแรกของการเลิกบุหรี่เท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุด เนื่องจากสมองและร่างกายของนักเรียนต้องปรับตัวให้ใช้พลังงานได้ปกติ โดยไม่มีนิโคติน โดยอาการจะดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ถัดมา
อย่างไรก็ตาม ขอให้คุณครูเข้าใจว่า การเลิกบุหรี่คือกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและกำลังใจจากคนรอบข้างเป็นอย่างมาก แม้อาจไม่สำเร็จในครั้งแรก แต่หากมีเป้าหมายที่ชัดเจน นักเรียนจะสามารถเลิกได้อย่างแน่นอน 💪😊
อ้างอิง Hfocus. (2024, กันยายน). มาตรการใหม่ช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ในเยาวชนไทย. Hfocus. https://www.hfocus.org/content/2024/09/31701
Government of Canada. (n.d.). Talking with your teen about vaping: A tip sheet for parents. Government of Canada. https://www.canada.ca/en/services/health/publications/healthy-living/talking-teen-vaping-tip-sheet-parents.html
Illawarra Shoalhaven Local Health District. (n.d.). Vaping: Quit support for young people (Factsheet). ISLHD. https://www.islhd.health.nsw.gov.au/sites/default/files/Health_Promotion/Tobacco/Vaping/vaping-quit-support-young-people-factsheet.pdf
Smokefree Teen. (n.d.). How to quit vaping. U.S. Department of Health and Human Services. https://teen.smokefree.gov/quit-vaping/how-to-quit-vaping#:~:text=Surrounding%20yourself%20with%20supportive%20people,have%20to%20do%20it%20alone
พิเศษ! เปิดคอร์สออนไลน์ชวนคุณครูที่ต้องสอนแนะแนวทุกท่านมาเรียน
หลักสูตรการเรียนการสอนแนะแนวและการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Online)
ถ่ายทอดโดยเพื่อนครูแนะแนวผู้มีประสบการณ์ตรงในการนำไปใช้จนเห็นผลการเปลี่ยนแปลง พร้อมเคล็ดลับและคำแนะนำที่สามารถใช้ได้จริง
✅ เรียนฟรี
✅ ได้ไอเดียและกิจกรรมไปใช้สอนแนะแนว
✅ มีเกียรติบัตร
คลิกสมัครและเริ่มเรียนได้ที่ https://guidancehubth.com/courses