6 สถานการณ์และวิธีรับมือ "เมื่อเยี่ยมบ้าน..แต่เจอกำแพงใจ”

หมวดหมู่: พื้นที่เพื่อนครู

Tags: 

อ่านแล้ว: 183 ครั้ง


ภาพประกอบความรู้

การลงพื้นที่เยี่ยมบ้านในแต่ละครั้ง คุณครูหลายคนอาจต้องใช้เวลาเตรียมทั้งกาย ใจ และข้อมูลอย่างมาก เพื่อให้การเยี่ยมบ้านเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็กและผู้ปกครอง

แต่ในความเป็นจริง การเยี่ยมบ้านอาจไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ เช่น ผู้ปกครองบางท่านอาจไม่สะดวก หรือไม่สบายใจให้เยี่ยมบ้านด้วยเหตุผลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น...

  • เคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับโรงเรียน หรือกับคุณครูบางคนมาก่อน
  • กังวลว่าจะถูกตัดสิน เมื่อครูเห็นสภาพแวดล้อมที่บ้าน
  • รู้สึกเหนื่อยล้าจากงานและชีวิตประจำวัน จนไม่เหลือพลังพูดคุยเรื่องลูก

แนะแนวฮับเข้าใจดีว่าสถานการณ์เช่นนี้ “ไม่ง่าย” เพราะทั้งสำหรับคุณครูและผู้ปกครอง ต่างฝ่ายต่างก็มีความคาดหวัง ความกังวล และขีดจำกัดของตัวเอง แต่เราเชื่อว่าหากคุณครูฝึกวิธีการรับมือเบื้องต้น จะช่วยให้คุณครูสามารถก้าวข้ามสถานการณ์ที่เจอไปได้ง่ายขึ้น ด้วยพลังความตั้งใจและปรารถนาดี เพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกต่อกันในระยะยาว ในบทความนี้ เราขอชวนคุณครูมาทำความเข้าใจ 6 สถานการณ์ที่อาจเจอขณะเยี่ยมบ้าน พร้อมวิธีการรับมืออย่างสร้างสรรค์และไม่กดดันค่ะ

ชื่อภาพ

สถานการณ์ที่ 1 : ผู้ปกครองพูดจาห้วน ๆ แสดงออกถึงท่าทีที่ไม่ต้อนรับ

เช่นพูดว่า “คุณครูมาเยี่ยมบ้าน ต้องการมาดูอะไรหรอ” (พูดอย่างเสียงแข็ง)

บริบท : ครูเพิ่งไปถึงบ้าน ผู้ปกครองเปิดประตู แต่พูดด้วยน้ำเสียงไม่ต้อนรับ แสดงความไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการเยี่ยมบ้าน

วิธีการรับมือ

  • ขอให้ครูตั้งสติ และพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า “วันนี้ไม่ได้มารบกวนนะคะ แค่อยากมาทักทายและทำความรู้จักคุณพ่อคุณแม่มากขึ้น เพื่อจะได้ช่วยดูแลน้องในห้องเรียนให้ดีที่สุดค่ะ”

หมายเหตุ : ขอให้คุณครูเน้นย้ำว่า “ไม่ได้เป็นการประเมิน” แต่เป็นเพียงความตั้งใจเล็กๆ ของคุณครู ที่อยากทำความรู้จักกัน และเข้าใจบริบทของนักเรียนมากขึ้น เพื่อจะได้ดูแลและสนับสนุนได้อย่างเหมาะสม .

สถานการณ์ที่ 2: ผู้ปครองเลี่ยงการพูดคุยเรื่องลูก ปฏิเสธที่จะรับฟัง

เช่นพูดว่า “ลูกผม/ฉัน ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ไม่มีอะไรต้องคุย” (พูดตัดบท)

บริบท : ผู้ปกครองไม่อยากพูดคุย หลีกเลี่ยง ไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับลูก เมื่อคุณครูสอบถามเรื่องลูก

วิธีการรับมือ

  • ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ควรฝืนสนทนาต่อในเรื่องที่อีกฝ่ายไม่พร้อมเปิดใจ คุณครูสามารถเลือกเปลี่ยนหัวข้อการพูดคุย ให้เบาลงและเข้าถึงง่ายขึ้น เช่น “เวลาว่างน้องชอบอะไรบ้างคะ?” หรือ “มีอะไรที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้ครูช่วยเพิ่มเติมไหมคะ?”

หมายเหตุ : หากยังไม่ได้ข้อมูลอีก ขอให้คุณครูกล่าวขอบคุณและขอตัวออกจากบ้านอย่างสุภาพ บางครั้ง ความเงียบของผู้ปกครองก็อาจมีเบื้องหลัง เช่น ความกังวล ความรู้สึกผิด หรือความกลัว การเคารพพื้นที่ของเขาในวันนี้ อาจเป็นการวางรากฐานของความไว้วางใจในวันหน้าได้อย่างสวยงามค่ะ

ชื่อภาพ

สถานการณ์ที่ 3 : ผู้ปกครองคิดว่าครูกำลังลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว

เช่นพูดว่า “ผม/ฉัน ไม่มีอะไรที่จะต้องให้ครูมารับรู้เรื่องที่บ้าน” (พูดตัดบท)

บริบท : ผู้ปกครองรู้สึกว่าครูมายุ่งเรื่องส่วนตัวมากเกินไป และไม่สบายใจกับการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตภายในบ้าน

วิธีการรับมือ

  • ขอให้ครูแสดงความเคารพขอบเขต และพูดให้ผู้ปกครองอุ่นใจว่า ไม่ได้มาลุกล้ำ “ครูเข้าใจเลยค่ะ บางเรื่องอาจเป็นเรื่องส่วนตัว ครูมาเพียงเพื่อเข้าใจบริบทของน้องมากขึ้นค่ะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่สะดวกพูดเรื่องใด ก็ไม่เป็นไรเลยค่ะ แค่ได้มาทักทายกันก็มีความหมายกับครูแล้ว”

หมายเหตุ : หากยังไม่ได้รับความร่วมมือ ขอให้ครูแสดงความขอบคุณ ไม่กดดัน และขออนุญาตออกจากบ้านอย่างสุภาพ

สถานการณ์ที่ 4: ผู้ปกครองมีอคติกับโรงเรียน

เช่นพูดว่า “ตอนลูกมีปัญหา โรงเรียนก็ไม่เคยช่วยอะไรได้” (พูดบ่นระบาย)

บริบท : ผู้ปกครองเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดี เช่น รู้สึกว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือไม่ได้รับการรับฟัง จึงแสดงออกด้วยความไม่พอใจต่อคุณครู แม้ว่าคุณครูจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตก็ตาม

วิธีการรับมือ

  • ขอให้คุณครูรับฟังอย่างตั้งใจ เปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองได้ระบายความรู้สึก โดยไม่รีบแก้ต่างหรืออธิบายทันที
  • แสดงความเห็นใจ “ครูเข้าใจที่คุณพ่อคุณแม่รู้สึกแบบนั้นค่ะ ขอบคุณที่บอกกันตรง ๆ นะคะ ครูอยากเป็นสะพานเชื่อมที่ดีต่อจากนี้ค่ะ”

หมายเหตุ : หากผู้ปกครองเริ่มสบายใจขึ้น ขอให้คุณครูรับเรื่องมาและพยายามสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ

ชื่อภาพ

สถานการณ์ที่ 5 : ผู้ปกครอง เงียบ เมินเฉยๆ พูดน้อย

เช่นพูดว่า “ค่ะ” “ได้ค่ะ” (ถามคำ ตอบคำ)

บริบท : ไม่ว่าคุณครูจะสอบถามอะไรไป แต่ได้รับการตอบกลับเป็นความเงียบ จนคุณครูรู้สึกเกร็ง

วิธีการรับมือ

  • ขอให้ครูสังเกตบรรยากาศและใช้คำถามปลายเปิดในเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น “วันนี้คุณแม่ทำงานเหนื่อยไหมคะ” / “น้องชอบทำอะไรเวลาว่าง”

หมายเหตุ : หากยังไม่เปิดใจ ขอให้คุณครูกล่าวขอบคุณด้วยความเคารพ เช่น “วันนี้ครูดีใจที่ได้แวะมาทักทายค่ะ หากวันหลังมีโอกาสจะขออนุญาตมาเยี่ยมอีกนะคะ และหากคุณแม่มีอะไรที่อยากให้คุณครูช่วย ยินดีเสมอเลยค่ะ”

สถานการณ์ที่ 6 : ผู้ปกครองเห็นไม่ตรงกับครูเรื่องผลการเรียนลูก

เช่นพูดว่า “ไม่น่าใช่นะคะ ลูกบอกว่าเรียนเข้าใจดี แต่ทำไมได้เกรดเท่านี้” (พูดเสียงสงสัย)

บริบท : เมื่อครูนำผลการเรียนไปแจ้งกับผู้ปกครองให้ทราบ และพบว่านักเรียนมีคะแนนต่ำเป็นบางวิชา

วิธีการรับมือ

  • ขอให้ครูตั้งสติ และไม่โต้แย้งในทันที “ขอบคุณที่แลกเปลี่ยนนะคะ ครูเองก็อยากให้นักเรียนได้คะแนนมากขึ้นกว่านี้เช่นกัน…”
  • ขอให้ครูอธิบายข้อมูลที่เป็นรูปธรรมเพิ่มเติม เช่น “แต่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ครูให้แบบฝึกหัดหลายชุด ซึ่งน้องยังทำได้ไม่ครบถ้วนค่ะ คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 55% ซึ่งส่งผลต่อเกรดโดยรวมค่ะ”
  • เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้พูดและสอบถาม โดยอาจถามว่า “คุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าเขาทบทวนบทเรียนที่บ้านบ้างไหมคะ?”
  • ขอความร่วมมือในการแก้ปัญหาต่อไป เช่น “ครูเห็นว่าน้องมีศักยภาพมากเลยค่ะ เราน่าจะช่วยกันได้ถ้าน้องกำลังติดขัด หรือไม่เข้าใจตรงไหน เรามาช่วยกันวางแผนดีไหมคะ?”

หมายเหตุ : หากผู้ปกครองยังไม่ยอมรับ ขอให้คุณครูเสนอทางออกของการพัฒนาคะแนน เพื่อให้ผู้ปกครองเห็นช่องทางในการพัฒนามากขึ้น โดยพยายามไม่ยัดเยียดให้พวกเขาเชื่อในทันที ไม่อย่างนั้นอาจจะเปลี่ยนเป็นความขัดแย้งได้

การเยี่ยมบ้าน อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากคุณครูค่อย ๆ สื่อสารด้วยความเข้าใจ ฝึกฝนทักษะการฟังและเปิดใจ ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับครอบครัวจะค่อย ๆ ดีขึ้นแน่นอนค่ะ

แม้บางบ้านอาจยังไม่เปิดใจในทันที แต่เชื่อเถอะว่า...นักเรียน “เห็นความพยายาม” ของคุณครูเสมอออย่างแน่นอน

เอาใจช่วยคุณครูเสมอนะคะ ♥️

อ้างอิง Best Social Work. (n.d.). Challenges in home visits. https://bestsocialwork.com/challenges-in-home-visits/ Connex Education. (n.d.). How to handle an angry parent. https://connex-education.com/how-to-handle-an-angry-parent/


แชทคุยกับเรา